โคดามะปีศาจวิญญาณที่สิ่งสถิตในต้นไม้

ว่าไปคนญี่ปุ่นก็มีความเชื่อเคยบ้านเราเหมือนกัน ในเรื่องของวิญญาณแห่งธรรมชาติ คนญี่ปุ่นเชื่อว่าต้นไม้ที่มีอายุมากเป็น 100ปีขึ้นไปมักมีชีวิตและวิญญาณที่สิงอยู่ อย่างบ้านเราก็ทำนองว่าเจ้าพ่อ เจ้าแม่ไม่ก็รุกขเทวดา นางไม้อย่างไงอย่างนั้น แต่เขาไม่มาทำการขอหวย หรือ เอาผ้าสามสี เจ็ดสีมาผูกอย่างบ้านเราที่ทำกัน โคดามะ เป็นวิญญาณที่มักจะสถิตในต้นไม้ที่ใหญ่และอายุมาก บางคนว่าหากอายุมากถึง 300ปีนะน่ากลัวเพราะโคดามะจะมีพลังสูงมาก บางตำนานว่าเมื่อต้นไม้แก่ขึ้นมีอายุมากขึ้นถึง100ปีก็จะมีพลังภูต กลายเป็นปีศาจ เคยมีคนเข้าทำไปตัดฟืนหาของป่าก็เคยที่จะถูกเจ้าโคดามะรบกวนบางทีถึงขั้นชีวิตก็มี บางตำนานว่าเคยบรรดาให้คนกลายเป็นต้นไม้ก็มี เขาว่าที่ๆมีเจ้าโคดามะสถิตอยู่คือ ป่าลึกแถบคินคิ หรือไม่ก็ฮาจิโจจิมะ ที่โตเกียว บางคนว่าหากดูไม่ดีไปตัดหรือโค่นต้นไม้ที่มีโคดามะสิงอยู่ อาจเป็นการสร้างความหายนะต่อหมู่บ้านได้เช่นเกิดอาเพศต่างๆตามมา จึงไม่มีใครกล้าเข้าไปในป่าลึกเพราะเกรงกลัวต่อวิญญาณธรรมชาติอาจโคดามะ บางทีการที่สร้างเจ้าปีศาจโคดามะขึ้นเพราะด้วยเหตุให้เป็นสิ่งป้องกันต้นไม้อันเป็นทรัพยากรที่สำคัญ เพราะต้นไม้เมื่ออายุมากต้นมันจะใหญ่โตและจะผลิตออกซิเจนทำให้อากาศบริสุทธิ์ นี้เละเป็นข้อดีของการสร้างปีศาจขึ้นมาเพื่อหลอกลูกหลานให้เคารพในธรรมชาตินั่นเอง  

ทันโคโรรินปีศาจฤษีต้นลูกพลับ

ทันโคโรรินปีศาจฤษีต้นลูกพลับ ปีศาจตนนี้เป็นปีศาจอีกตนที่เกิดจากวิญญาณธรรมชาติ คงไม่ต่างจาก โคดามะ กับ จุโบตโกะ เท่าไรนัก เพราะเป็นประเภทปีศาจที่เกิดจากต้นไม้เหมือนกัน แต่เจ้าทันโคโรรินนี้เป็นปีศาจที่เกิดจากต้นลูกพลับ เขาเล่าว่าเมื่อหากต้นพลับออกผลจนสุกแล้วหากปล่อยไว้ไม่รีบเก็บมันจะกลายเป็น ทันโคโรริน โดยมีเรื่องเล่าอันเป็นตำนานว่า ในเมืองเซนได จังหวัดมิยางิ ในอดีต มีฤษีตนหนึ่งมาอยู่ในเมืองโดยที่ไม่มีผู้ใดรู้และไม่เห็นจึงคิดกันว่าเป็นฤษีมาแสวงบุญจากที่อื่น แต่ที่แปลกมากคือ มักมีลูกพลับหล่นจากแขนเสื้อของฤษีตนนี้เสมอเมื่อฤษีเดินไปไหนก็มักจะต้องมีลูกพลับล่วงตามทางไป จึงกลายเป็นที่น่าประหลาดผิดสังเกตคนธรรมดา จึงมีผู้ที่ต้องการความกระจ่างคนหนึ่งตามฤษีเรียกว่าขั้นสะกดรอยตาม จึงพบว่าฤษีได้เข้าไปในต้นลูกพลับต้นไม้ จึงเป็นอันรู้กันว่า ฤษีตนนี้ที่ว่าแปลกกันนักแปลกกันหนาที่แท้คือ ทันโคโรริน ต้นพลับกลายเป็นปีศาจนี้เอง  ทันโคโรริน เป็นปีศาจที่ไม่ทำร้ายมนุษย์ แต่ดูแลน่าจะเป็นประเภทภูตเสียมากกว่าจะมาเป็นปีศาจตามแกล้งตามหลอกหลอนคน แต่พอคนก็ยังคงกลัวอยู่ดี อย่างคำว่า ผียังไงก็ยังเป็นผีอยู่วันยังค่ำ จึงมาวิธีป้องกันต้นพลับต้นโปรดไม่ให้กลายเป็น ทันโคโรริน โดยพอลูกพลับสุกเต็มที่แล้วให้รีบเก็บอย่าให้มีคาต้นเลยเด็ดขาด เป็นการตัดตอนการเป็น ทันโคโรริน  

จุโบตโกะ ปีศาจต้นไม้ดูดเลือดคน

จุโบตโกะ แต่เดิมเลยก็เป็นแค่ต้นไม้ธรรมดาๆ แต่มันกลายเป็นปีศาจจอมหิวโหยกระหายเลือด ไม่ต่างจากผีดูดเลือดของฝรั่งเลย ถ้าไม่เกิดสงคราม ใช่สงครามมีผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมากมายทั้งทหารและชาวบ้านตาดำๆก็มารับเคราะห์ แต่เมื่อมีคนตายยิ่งเป็นสมรภูมิแล้วยิ่งต้องมีเลือดตกยางออก ใช่เลือดที่นองแดงฉาดอยู่นั้นก็ไหลรินกลายเป็นทะเลเลือด เจ้าต้นไม้ที่ยืนต้นตระหง่านอยู่ที่เคยดูดน้ำธรรมดาจากแหล่งน้ำใต้ดิน แต่ต้องหันมาดูดเลือดที่ไหลซึมสู่ดินสู่รากของมัน ทำให้มันริ้นรสของเลือดอันหอมคาว จนเสพติดพอเลือดของเหล่านักรบหมดมันก็กระหายซึ่งเลือด จนต้นไม้ธรรมดาเลยกลายเป็นต้นไม้ปีศาจกระหายเลือด จุโบตโกะ จุโบตโกะมักเป็นต้นไม้ที่ยืนต้นในสถานที่ๆเคยสนามรบสมรภูมิรบมาก่อน มีคนเล่าว่าหากใครไม่รู้เดินเข้าไปมันจะใช้รากของมันจับตัวไว้และเอารากแทงเข้าไปในเนื้อและสูบดูดเลือดจนหมดตัว อะไรจะน่ากลัวขนาดนั้น   เขาว่ากันว่าเจ้าจะรู้ได้ว่าต้นไม้ต้นไหนเป็นเจ้า จุโบตโกะ ก็แค้เอาของมีคมกรีดกับต้นและมีเลือดไหลออกมาและถ้าทราบแล้วจนวิ่งหนีให้จนเร็ว เพราะมันอาจโมโหและใช้รากและกิ่งของมันจับตัวไว้เป็นอาหารอีกก็เป็นได้           มีอีกกระแสว่ามีปีศาจแบบเจ้าจุโบตโกะนี้ที่ประเทศจีน และมีคนเคยพบมีคนแก่ชราออกมาจากต้นไม้นี้แสดงว่า คนชราคนนั้นอาจเป็นวิญญาณจิตของปีศาจต้นไม้ก็เป็นได้ และเป็นการแสดงว่าจีนมีญี่ปุ่นมีบ้าง ซึ่งสังเกตว่าพื้นฐานของการเป็นปีศาจของญี่ปุ่นคล้ายกับการเป็นปีศาจของจีน ที่เคยว่าไปแล้วว่าญี่ปุ่นรับอิทธิพลทางความเชื่อมาจากประเทศจีนนั่นด้วย

ซิโรอุนาริ ปีศาจผ้าขี้ริ้ว

ซิโรอุนาริ ปีศาจผ้าขี้ริ้วคงไม่ต้องสงสัยเหรอนะ ว่าทำไมเจ้าสิ่งนี้จึงกลายเป็นปีศาจได้ อย่างที่เคยกล่าวไว้แล้วว่า ความเชื่อเกี่ยวกับภูตผีปีศาจของญี่ปุ่นมักจะเป็นสัตว์ที่เชื่อว่ามีพลังเร้นลับ หรือสิ่งของที่มักจะถูกทอดทิ้งหรือไม่ได้มีอายุเกิน 100ปี แต่เจ้าปีศาจตนนี้เกิดเพราะเป็นสิ่งของที่ถูกทอดทิ้งใช้ไม่ได้แล้ว คือ ผ้าขี้ริ้วที่ขาดจนมิอาจจะนำมาถูกเช็ดสิ่งต่างๆได้ จึงเก็บไว้เป็นเวลานานจนมีพลังภูตกลายเป็นปีศาจ ซิโรอุนาริิ ซิโรอุนาริ เป็นปีศาจที่มาจากผ้าขี้ริ้ว ว่าพอตกกลางคืนมักจะออกบินไปปั่นป่วนผู้คนที่เดินทาง เช่นส่งกลิ่นเหม็นจนคนนั้นสลบไปเป็นต้น ว่าไปมันก็เป็นปีศาจที่รบกวนผู้คนไม่ต่างจากปีศาจตนอื่นๆ เขาว่าหากใครจับเจ้าซิโรอุนาริด้วยมือเปล่ากลิ่นเหม็นของมันจะติดและถึงจะล้างด้วยเครื่องหอมต่างๆกลิ่นของมันก็ไม่จางหาย จึงมีวิธีปราบมันโดยสืบให้รู้ว่าเจ้าซีโรอุนาริเป็นผ้าขี้ริ้วของใคร หรือไม่ก็อยู่ที่ไหนแล้วไปเอามันมาในตอนกลางวัน เอามันมาล้างจนขาวสะอาดด้วยเครื่องหอม พลังภูตของมันจะเสื่อมลงกลายเป็นผ้าขี้ริ้วธรรมดา ปัจจุบันหากใครกลัวว่าผ้าขี้ริ้วของตนจะกลายเป็นเจ้าซิโรอุนาริก็แค่ใช้ผงซักฟองเท่านั้นเองง่ายๆ เจ้าซิโรอุนาริก็จะไม่มารบกวนอีกต่อไป คงเป็นไปได้ว่าสิ่งของที่ถูกทอดทิ้งหรือถูกเก็บจนลืมอาจมีจิตใจเกิดความน้อยใจจนกลายเป็นความแค้นเลยกลายเป็นปีศาจก็เป็นได้

โชกิ ยักษ์เล็ก

  เรื่องราวนี้เกิดในสมัยโชกุน ซึ่งเกิดขึ้นกับโชกุนท่านหนึ่งชื่อว่า โฮโจ โทกิมาซะ ซึ่งมักจะฝันถึงการปรากฏตัวของยักษ์เล็กในฝันมาทำร้ายโชกุนท่านนี้ มันปรากฏตัวในฝันบ่อยครั้งมาก จนในที่สุดต้องเรียกหมอผีมาทำพิธีไล่ปีศาจและสิ่งชั่วร้าย แต่ไม่มีหมอผีคนใดทำสำเร็จเลย คนแล้วคนเล่าต่างก็ถูกอำนาจสิ่งชั่วร้ายทำร้ายบาดเจ็บ จนกระทั่งในค่ำคืนวันหนึ่งปรากฏมีชายชราถือไม้เท้าปรากฏขึ้นในความฝันของ โทกิมาซะ ชายชราผู้นั้นบอกว่า ตนเป็นวิญญาณแห่งดาบของโชกุนท่านนี้และบอกว่ามีปีศาจคอยจ้องทำร้ายอยู่แต่ก็ไม่สามารถไล่ปีศาจไปได้ เพราะดาบเล่มนี้ยังไม่บริสุทธิ์ ซึ่งชายชรายังบอกต่อว่า ให้โชกุนนำดาบดังกล่าวไปชำระล้างจึงจะไล่ปีศาจออกไปได้ ว่าดังนั้นแล้วเมื่อ โทกิมาซะ ตื่นขึ้นมาก็รู้สึกประหลาดใจและรู้สึกแปลกๆเหมือนมันเกิดขึ้นจริงๆ เขาให้คนนำดาบไปให้ช่างตีเหล็กนำดาบไปชำระ แล้วนำมาวางไว้ที่ห้อง วันต่อมามีคนรับใช้นำเตาผิงมาวางไว้ด้านหน้าของโชกุน โทกิมาซะ เนื่องจากวันนั้นอากาศหนาวเย็น ทันใดนั้นเองดาบดังกล่าวก็ตกลงมาจากที่เก็บดาบ แล้วตัดขาเตาผิงนั้น จึงเป็นลางบอกเหตุบางอย่าง โทกิมาซะ จึงให้หล่อรูปยักษ์ตัวเล็กขึ้นมาติดที่ขาเตาผิงนั้น คืนหนึ่งเกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้นเมื่อยักษ์ตัวเล็กปรากฏขึ้น แล้วดาบก็เกิดปรั่งประกายพร้อมกับลอยมาฟันเข้าที่หัวของยักษ์ตนนั้น หลังจากนั้นก็ไม่ปรากฏยักษ์เล็กอีกเลย  

ซึชิกุโมะ แมงมุมดิน

   นี่คือเรื่องราวของปีศาจตนหนึ่งที่น่ากลัวมากในยุคสมัยโชกุน มีการเล่าเรื่องราวของมันมากมายซึ่งปีศาจแมงมุมดินตนนี้จะมีฤทธิ์และอำนาจมากและเป็นคู่ปรับกับเหล่าโชกุนที่รู้จักกันดี ว่ากันว่า ในสมัยโชกุน โชกุนมีนาโนโตโนะ โยะริมิสึ มีอาการป่วยหนัก รักษายังไงก็ไม่หายจึงได้ทำพิธีปัดเป่าวิญญาณชั่วร้าย ซึ่งคาดว่าน่สาจะมีปีศาจเข้าสิงโชกุนคนนี้ แต่พิธีปัดเป่าวิญญาณก็ไม่สำเร็จ โชกุนท่านนี้มีอาการปวดหัวรุนแรงและมีไข้ เขานอนป่วยทรมานหลายวัน ค่ำคืนหนึ่งหลังจากที่ ฮิราอิ ยะชุมะซะ ซึ่งเป็นผู้ดูแลเฝ้าไข้โชกุนท่านนี้และผู้ติดตามอีกสามคนได้กลับไปที่ห้องของตน ก็ปรากฏพระสงฆ์รูปหนึ่งสูงประมาณ 2 เมตร มาปรากฏตัวขึ้นด้านหลังโคมไฟภายในห้องของโชกุนท่านนั้นแล้วก็ย่างก้าวเข้ามาใกล้ๆ โชกุน โยะริมิสึ จากนั้นก็ปล่อยใยแมงมุมใส่ตัวของเขา แต่โยะริมิสึนั้นตื่นขึ้นมาพอดี จึงหยิบดาบฮิซาคิริมารุ ที่ไว้วางข้างฟูกที่นอนมาฟันปีศาจตนนั้น ได้รับบาดเจ็บและหนีไป ผู้ติดตามได้ยินเสียงแล้ววิ่งเข้าไปในห้องของ โยะชิมิสึ พบว่ามีลอยเลือดหยดอยู่ด้านล่างโคมไฟและหยดเป็นทางยาว พวกเขาจึงตามลอยเลือดนั้นไป จนกระทั่งเจอเนินดินเก่าๆบริเวณที่อยู่ พอขุดเนินดินสักพักปรากฏแมงมุมตัวใหญ่ มันปล่อยใยและทำร้ายเหล่าซามูไร เกิดการต่อสู้กันสักพักหนึ่งแมงมุนตัวนี้ก็สิ้นใจในที่สุด หลังจากนั้นก็รื้อเนินดินออกไป แล้วอาการของโยะชิมิสึก็หายเป็นปกติ

ฮูตากูชิ โอนนะ ปีศาจหญิงสองปาก

   เรื่องราวของปีศาจตนนี้เป็นเรื่องเล่าต่อๆกันมานานรวมถึงมีการปรากฏในนิทาน ตำนานเรื่องเล่าต่างๆมากมาย ฮูตากูชิ โอนนะ ปีศาจหญิงสองปาก เป็นเรื่องเล่าในสมัยอดีตว่ากันว่า มีผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ที่ ชิโมอูซะ จังหวัดชิบะ เธอแต่งงานอยู่กินกับพ่อหม้ายลูกติด และมีลูกด้วยกัน เธอรักแต่เฉพาะลูกของตัวเองและไม่ยอมให้อาหารแก่ลูกติดของสามี ทำให้เด็กคนนั้นอดตายในที่สุด หลังจากที่เด็กคนนั้นตายไปไม่นาน หญิงคนนั้นบังเอิญเดินผ่านทางที่ผู้ชายคนหนึ่งกำลังตัดไม้อยู่ บังเอิญขวานเกิดจามเข้าที่ศรีษะของหล่อนจนเป็นแผลลึก เลือดไหลออกมาจำนวนมากหญิงคนนั้นจึงรักษาแผลที่หัวเธอ ไม่ว่ารักษาเท่าไหร่ก็ไม่หายแผลนั้นดูเหมือนจะเปลี่ยนรูปบาดแผลไปเรื่อยๆ จนกระทั่งบาดแผลเปลี่ยนรูปร่างเป็นปากและส่วนที่เป็นกระดูกก็กลายรูปร่างคล้ายกับฟัน นอกจากนี้ส่วนเนื้อที่อยู่ข้างในก็แปรสภาพเป็นลิ้น ว่ากันว่าช่วงเวลาหนึ่งมันเจ็บปวดมาก แต่เมื่อใส่อาหารเข้าไปอาการนั้นก็จะหายไป เมื่อเวลาผ่านไปนานวันเข้า หญิงที่มีปากอยู่ด้านหลังซึ่งเคยเป็นแผลจากโดนฟันนั้นทำให้เป็นที่อัปลักษณ์แก่ชาวบ้านแถบนั้น บางครั้งปากด้านหลังมักจะบ่นพึมพำออกมาเสมอๆ ซึ่งจำใจความได้ว่า “จงขอขมาซะ” ว่ากันว่านี้คือเวรกรรมที่ผู้หญิงคนนี้ปล่อยให้ลูกเลี้ยงอดอาหารจนตาย และกลายเป็นเรื่องราวที่เล่าว่า ผู้หญิงที่มีความเกลียดชังลูกเลี้ยง ต่อมาจะคลอดลูกออกมาเป็นผู้หญิงสองปาก ซึ่งเวลาทานอาหารเส้นผมจะเปลี่ยนรูปร่างคล้ายกับงูหรือหนวดเพื่อจับเอาอาหารมาใส่ปากด้านหลัง เรื่องราวของผู้หญิงสองปากปรากฏในนิทานเรื่อง ผู้หญิงไม่ยอมกินข้าว ที่เล่ากันมากหลายท้องถิ่น

ไมคุบิ หัวลอยฟ้า

   ตำนานของญี่ปุ่นเล่าว่า ปีศาจตนนี้ปรากฏเรื่องราวขึ้นในช่วงกลางรัชสมัยคามาคูระ หรือประมาณ พ.ศ. 1786-1790 ซึ่งในคราวนั้นเป็นช่วงของโชกุนเรืองอำนาจ หลังจากที่โชกุน มีนาโมโตโนะ โยะริโทะโมะ ได้เริ่มต้นปกครองโดยซามูไร อำนาจจึงกลายมาเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งต่างจากสมัยยุคที่คนมีเชื้อพระวงศ์ หรือ ยุคจักรพรรดิ ซึ่งปกครองประเทศโดยการนับถือและส่งเสริมวัฒนธรรมอันงดงามของญี่ปุ่น ในวันเทศกาลนกกระเรียนที่เกาะอิชึ ได้เกิดเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทกันระหว่างซามูไรที่เอาแต่ใจตนเองทั้ง 3 คนมีชื่อว่า โคซันตะ, มาซึเงะ และ อาคูโกโร ทั้งสามคนมักไม่ค่อยลงรอยกันเท่าไหร่ และมักเอาเรื่องเล็กๆน้อยๆมาใช้การหาเรื่องทะเลาะวิวาทเป็นประจำ เพราะต่างคนต่างคิดว่าตนเองมีความมั่นใจสูง เก่งกาจกว่าคนอื่นๆ จึงหยิ่งทะนงตนคิดว่าตนเป็นหนึ่งเดียวในกลุ่มซามูไรทั้งหมด แล้วการทะเลาะกันในครั้งนี้นับว่ารุนแรงมาก พวกเขานำดาบซามูไรออกมาต่อสู้กัน ทีแรกอาคูโกโรใช้ดาบฟันคอโคซันตะขาดก่อน ต่อมาจึงวิ่งไล่ตาม  มาซึเงะ ไปที่ริมหน้าผา แต่ทางอาคูโกโรนั้นเกิดสะดุดก้อนหินแล้วล้มลง มาซึเงะ เห็นจังหวะจึงใช้ดาบฟันคอ อาคูโกโร แต่ อาคูโกโร ไม่ยอมให้ฆ่าฝ่ายเดียวจึงฟันขึ้นไปจากด้านล่าง มาซึเงะ ฟันจากด่านบน ทั้งสองฟันพร้อมกันปรากฏว่าคอขาดทั้งคู่ ในที่สุดหัวทั้งสองคนก็กลิ้งตกลงไปในทะลพร้อมกัน ว่ากันว่าทั้งสามคนกลายเป็นวิญญาณแห่งท้องทะเล และไม่ยอมเลิกทะเลาะกัน ตกดึกชาวบ้านมักเห็นคลื่นน้ำลักษณะเหมือนหัวทั้งสามคนกำลังพ่นไฟความแค้นออกมา พร้อมกับน้ำทะเลปั่นป่วนด้วย  

คิวบิ โนะ คิชึโนะ ปีศาจจิ้งจอกเก้าหาง

  เรื่องเล่าของปีศาจตนนี้เป็นตำนานเล่าต่อกันมา ไม่มีหลักฐานทราบว่าเกิดขึ้นในช่วงสมัยใด ซึ่งคาดว่ามันเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ภูเขาไฟฟูจิระเบิด โดยเชื่อว่า ปีศาจตนนี้ออกมาจากปล่องภูเขาไฟและปรากฏขึ้นมาดั่งทะเลเพลิง แล้วลอยขึ้นบนฟ้ากลายเป็นปีศาจจิ้งจอกเก้าหาง เชื่อว่ามันคือสุนัขจิ้งจอกที่เป็นอมตะ มีขนสีทองเต็มตัวและมีหางยาวจำนวน 9 หาง ปีศาจจิ้งจอกตนนี้ยังเดินทางมายังเมืองเยิ่น ของประเทศจีนด้วย เล่ากันว่าปีศาจจิ้งจอกนั้นสามารถแปลงกายได้ ซึ่งมันได้แปลงกายเป็นหญิงสาวที่แสนงดงาม แล้วเข้าไปหลอกองค์จักรพรรดิจากนั้นมันได้ร่ายมนต์สะกดให้จักรพรรดิทำในสิ่งชั่วร้ายทุกรูปแบบ แต่หลังจากที่พระเจ้าหวู่หวัง ของเมืองโจว ได้นำกองทัพมายืดเมืองเยิ่นได้ ปีศาจตนนี้จึงหนีไปและไปปรากฏตัวที่ประเทศอินเดียต่อไป จากนั้นมันกลายเป็นภรรยาของเจ้าฟ้าเมืองฉิน และค่อยชักนำให้การเมืองไปในทางที่ผิดเพื่อให้เมืองล่มสลายในที่สุด จากนั้นมันได้แปลงกายเป็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งแล้วแอบขึ้นไปบนเรือของทูตชาวญี่ปุ่น ซึ่งกำลังเดินกลับจากประเทศจีนและพอถึงญี่ปุ่นมันก็แปลงกายเป็นเด็กหญิงกำพร้า แล้วมีซามูไรคนหนึ่งสงสารจึงนำไปเลี้ยงดู และพาไปเข้าเฝ้าองค์จักรพรรดิ ปีศาจตนนี้เรียกตัวเองว่า ทามาโม โนมาเอะ แต่ได้มีหมอดูคนหนึ่งรู้ว่านี้ไม่ใช่เด็กผู้หญิงแต่คือปีศาจแปลงกายมา และได้ทำการปราบมัน จนในที่สุดมันก็กลายเป็นหินก้อนหนึ่งชื่อว่า เซ็ดโซเซกิ มันจะพ่นก๊าซพิษออกมาคร่าชีวิตคนและสัตว์ กล่าวกันว่านี้คือพิษของปีศาจจิ้งจอกนั่นเอง

โทโอริโมะโนะ ปีศาจสัญจร

    มีการกล่าวว่าเรื่องราวลึกลับเกี่ยวกับภูตผีปีศาจของญี่ปุ่นมีมานานหลายศตวรรษแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าบางเรื่องนั้นก็เกิดขึ้นจริง บางเรื่องก็เป็นเพียงตำนานเท่านั้น และเรื่องปีศาจที่เป็นตำนานอีกเรื่องหนึ่งก็คือ โทโอริโมะโนะ ปีศาจสัญจร ซึ่งว่ากันว่าเกิดขึ้นจริง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงในสมัยเกียวโฮ ที่หนึ่ง หรือ ประมาณปี พ.ศ. 2259 เล่าว่ามีชายวัยกลางคนอาศัยอยู่ที่เขตโยะสึยะ ในเมืองโตเกียว พร้อมกับภรรยาของเขา และบ้านของเขาเกิดไฟไหม้เผาพลาญหมดทั้งหลัง เขากลายเป็นคนไร้บ้าน ไม่มีบ้านอยู่ เขาต้องไปอาศัยอยู่ที่พักช่วงคราวของเมือง ฤดูใบไม้ร่วงในช่วงเย็นของวันหนึ่งนั้น ขณะที่ภรรยาของเขากำลังนั่งใจลอยและเหม่อมองไปทางระเบียง ซึ่งสามีเองก็ไม่อยู่บ้าน ฉับพลันปรากฏชายชราถือไม้เท้า ยิ้มอย่างมีเลศนัยเขาเดินเข้ามาพร้อมกับสายลมเย็นที่พัดเอื่อยๆ ในบริเวณบ้าน ชายชราคนนั้นมีใบหน้าที่ซีดเผือก ดวงตาแดงกล่ำจนน่ากลัว ภรรยาของชายคนนั้นจึงหลับตาแล้วสวดมนต์ต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พร้อมกับพยายามทำจิตใจให้สงบ เธอหลับตาอยู่สักพักแล้วลืมตาขึ้นมา ปรากฏว่าชราคนนั้นได้หายตัวไปแล้ว มีเพียงใบไม้ที่ร่วงจากต้นไม้ปลิวไปตามลมเท่านั้น ไม่นานก็มีเสียงโวยวายจากบ้านหลังหนึ่ง ห่างออกไปจากบ้านดังกล่าวไม่ไกลนัก เป็นบ้านของหมอซึ่งภรรยาของเขากลายเป็นคนเสียสติอย่างกะทันหัน เชื่อว่านี่คือฝีมือของ โทโอริโมะโนะ หรือ ปีศาจสัญจร ซึ่งมักชอบเข้าสิงคนที่จิตอ่อนและคนที่เหม่อลอย แล้วทำให้เสียสติในที่สุด  

© 2017 ปีศาจญี่ปุ่น All Rights Reserved   

Theme Smartpress by Level9themes.