ไมคุบิ หัวลอยฟ้า

   ตำนานของญี่ปุ่นเล่าว่า ปีศาจตนนี้ปรากฏเรื่องราวขึ้นในช่วงกลางรัชสมัยคามาคูระ หรือประมาณ พ.ศ. 1786-1790 ซึ่งในคราวนั้นเป็นช่วงของโชกุนเรืองอำนาจ หลังจากที่โชกุน มีนาโมโตโนะ โยะริโทะโมะ ได้เริ่มต้นปกครองโดยซามูไร อำนาจจึงกลายมาเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งต่างจากสมัยยุคที่คนมีเชื้อพระวงศ์ หรือ ยุคจักรพรรดิ ซึ่งปกครองประเทศโดยการนับถือและส่งเสริมวัฒนธรรมอันงดงามของญี่ปุ่น ในวันเทศกาลนกกระเรียนที่เกาะอิชึ ได้เกิดเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทกันระหว่างซามูไรที่เอาแต่ใจตนเองทั้ง 3 คนมีชื่อว่า โคซันตะ, มาซึเงะ และ อาคูโกโร ทั้งสามคนมักไม่ค่อยลงรอยกันเท่าไหร่ และมักเอาเรื่องเล็กๆน้อยๆมาใช้การหาเรื่องทะเลาะวิวาทเป็นประจำ เพราะต่างคนต่างคิดว่าตนเองมีความมั่นใจสูง เก่งกาจกว่าคนอื่นๆ จึงหยิ่งทะนงตนคิดว่าตนเป็นหนึ่งเดียวในกลุ่มซามูไรทั้งหมด แล้วการทะเลาะกันในครั้งนี้นับว่ารุนแรงมาก พวกเขานำดาบซามูไรออกมาต่อสู้กัน ทีแรกอาคูโกโรใช้ดาบฟันคอโคซันตะขาดก่อน ต่อมาจึงวิ่งไล่ตาม  มาซึเงะ ไปที่ริมหน้าผา แต่ทางอาคูโกโรนั้นเกิดสะดุดก้อนหินแล้วล้มลง มาซึเงะ เห็นจังหวะจึงใช้ดาบฟันคอ อาคูโกโร แต่ อาคูโกโร ไม่ยอมให้ฆ่าฝ่ายเดียวจึงฟันขึ้นไปจากด้านล่าง มาซึเงะ ฟันจากด่านบน ทั้งสองฟันพร้อมกันปรากฏว่าคอขาดทั้งคู่ ในที่สุดหัวทั้งสองคนก็กลิ้งตกลงไปในทะลพร้อมกัน ว่ากันว่าทั้งสามคนกลายเป็นวิญญาณแห่งท้องทะเล และไม่ยอมเลิกทะเลาะกัน ตกดึกชาวบ้านมักเห็นคลื่นน้ำลักษณะเหมือนหัวทั้งสามคนกำลังพ่นไฟความแค้นออกมา พร้อมกับน้ำทะเลปั่นป่วนด้วย  

คิวบิ โนะ คิชึโนะ ปีศาจจิ้งจอกเก้าหาง

  เรื่องเล่าของปีศาจตนนี้เป็นตำนานเล่าต่อกันมา ไม่มีหลักฐานทราบว่าเกิดขึ้นในช่วงสมัยใด ซึ่งคาดว่ามันเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ภูเขาไฟฟูจิระเบิด โดยเชื่อว่า ปีศาจตนนี้ออกมาจากปล่องภูเขาไฟและปรากฏขึ้นมาดั่งทะเลเพลิง แล้วลอยขึ้นบนฟ้ากลายเป็นปีศาจจิ้งจอกเก้าหาง เชื่อว่ามันคือสุนัขจิ้งจอกที่เป็นอมตะ มีขนสีทองเต็มตัวและมีหางยาวจำนวน 9 หาง ปีศาจจิ้งจอกตนนี้ยังเดินทางมายังเมืองเยิ่น ของประเทศจีนด้วย เล่ากันว่าปีศาจจิ้งจอกนั้นสามารถแปลงกายได้ ซึ่งมันได้แปลงกายเป็นหญิงสาวที่แสนงดงาม แล้วเข้าไปหลอกองค์จักรพรรดิจากนั้นมันได้ร่ายมนต์สะกดให้จักรพรรดิทำในสิ่งชั่วร้ายทุกรูปแบบ แต่หลังจากที่พระเจ้าหวู่หวัง ของเมืองโจว ได้นำกองทัพมายืดเมืองเยิ่นได้ ปีศาจตนนี้จึงหนีไปและไปปรากฏตัวที่ประเทศอินเดียต่อไป จากนั้นมันกลายเป็นภรรยาของเจ้าฟ้าเมืองฉิน และค่อยชักนำให้การเมืองไปในทางที่ผิดเพื่อให้เมืองล่มสลายในที่สุด จากนั้นมันได้แปลงกายเป็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งแล้วแอบขึ้นไปบนเรือของทูตชาวญี่ปุ่น ซึ่งกำลังเดินกลับจากประเทศจีนและพอถึงญี่ปุ่นมันก็แปลงกายเป็นเด็กหญิงกำพร้า แล้วมีซามูไรคนหนึ่งสงสารจึงนำไปเลี้ยงดู และพาไปเข้าเฝ้าองค์จักรพรรดิ ปีศาจตนนี้เรียกตัวเองว่า ทามาโม โนมาเอะ แต่ได้มีหมอดูคนหนึ่งรู้ว่านี้ไม่ใช่เด็กผู้หญิงแต่คือปีศาจแปลงกายมา และได้ทำการปราบมัน จนในที่สุดมันก็กลายเป็นหินก้อนหนึ่งชื่อว่า เซ็ดโซเซกิ มันจะพ่นก๊าซพิษออกมาคร่าชีวิตคนและสัตว์ กล่าวกันว่านี้คือพิษของปีศาจจิ้งจอกนั่นเอง

โทโอริโมะโนะ ปีศาจสัญจร

    มีการกล่าวว่าเรื่องราวลึกลับเกี่ยวกับภูตผีปีศาจของญี่ปุ่นมีมานานหลายศตวรรษแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าบางเรื่องนั้นก็เกิดขึ้นจริง บางเรื่องก็เป็นเพียงตำนานเท่านั้น และเรื่องปีศาจที่เป็นตำนานอีกเรื่องหนึ่งก็คือ โทโอริโมะโนะ ปีศาจสัญจร ซึ่งว่ากันว่าเกิดขึ้นจริง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงในสมัยเกียวโฮ ที่หนึ่ง หรือ ประมาณปี พ.ศ. 2259 เล่าว่ามีชายวัยกลางคนอาศัยอยู่ที่เขตโยะสึยะ ในเมืองโตเกียว พร้อมกับภรรยาของเขา และบ้านของเขาเกิดไฟไหม้เผาพลาญหมดทั้งหลัง เขากลายเป็นคนไร้บ้าน ไม่มีบ้านอยู่ เขาต้องไปอาศัยอยู่ที่พักช่วงคราวของเมือง ฤดูใบไม้ร่วงในช่วงเย็นของวันหนึ่งนั้น ขณะที่ภรรยาของเขากำลังนั่งใจลอยและเหม่อมองไปทางระเบียง ซึ่งสามีเองก็ไม่อยู่บ้าน ฉับพลันปรากฏชายชราถือไม้เท้า ยิ้มอย่างมีเลศนัยเขาเดินเข้ามาพร้อมกับสายลมเย็นที่พัดเอื่อยๆ ในบริเวณบ้าน ชายชราคนนั้นมีใบหน้าที่ซีดเผือก ดวงตาแดงกล่ำจนน่ากลัว ภรรยาของชายคนนั้นจึงหลับตาแล้วสวดมนต์ต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พร้อมกับพยายามทำจิตใจให้สงบ เธอหลับตาอยู่สักพักแล้วลืมตาขึ้นมา ปรากฏว่าชราคนนั้นได้หายตัวไปแล้ว มีเพียงใบไม้ที่ร่วงจากต้นไม้ปลิวไปตามลมเท่านั้น ไม่นานก็มีเสียงโวยวายจากบ้านหลังหนึ่ง ห่างออกไปจากบ้านดังกล่าวไม่ไกลนัก เป็นบ้านของหมอซึ่งภรรยาของเขากลายเป็นคนเสียสติอย่างกะทันหัน เชื่อว่านี่คือฝีมือของ โทโอริโมะโนะ หรือ ปีศาจสัญจร ซึ่งมักชอบเข้าสิงคนที่จิตอ่อนและคนที่เหม่อลอย แล้วทำให้เสียสติในที่สุด  

© 2017 ปีศาจญี่ปุ่น All Rights Reserved   

Theme Smartpress by Level9themes.